ก้าวไกล งง! ค่ายทหารไม่อนุญาต ให้เข้าไปหาเสียงเลือกตั้งหลักสี่

วันนี้ (18 มกราคม 2565) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.และ ส.ก.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล เดินทางไปพบปะประชาชนที่ ตลาดปากซอยวิภาวดี 64 เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เพื่อขอเสียงสนับสนุน เพชร- กรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. เบอร์ 6 พรรคก้าวไกล เข้าสภา

ในการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 9 หลักสี่ จตุจักร ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม 2565 .พิธา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ในสัปดาห์นี้สภาเปิดเสียที เพราะทางพรรคก้าวไกลได้เตรียมเสนอญัตติสภาด่วน เกี่ยวกับสินค้าราคาแพง ซึ่งนอกจากมาช่วยผู้สมัครหาเสียงแล้ว จึงเป็นการมาเก็บข้อมูลด้วย ว่าจะมีเรื่องใดนำเสนอต่อรัฐบาลผ่านกลไกรัฐสภา

“การแก้ปัญหาราคาสินค้าแพงของรัฐบาลล่าช้ามาก และที่ผ่านมายังแทบไม่มีสัญญาณอะไรที่บอกว่าเงินเฟ้อจะทำให้สินค้าแพงขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากงบประมาณที่ควรเปลี่ยนงบประมาณกองทัพให้เป็นงบประมาณเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ประเทศไทยถึงจะรอด สังเกตว่า การลงพื้นที่หาเสียงของรัฐมนตรีในช่วงที่เกิดปัญหาของแพง น่าเสียดายว่า แทนที่รัฐบาลจะใช้ช่วงเวลานั้นพูดถึงนโยบายเพื่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ กลับใช้เวลาไปในการโจมตีกันเอง

และอยากฝากไปยังรัฐมนตรีทั้ง 2 กระทรวง คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,กระทรวงพาณิชย์ ว่าอย่าละเลยประชาชนในช่วงที่กำลังลำบาก การลงเลือกตั้งเป็นการขอความไว้วางใจและตอบสนองความต้องการของประชาชน คงไม่ใช่ช่วงที่ต้องการจะได้ผู้แทนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ต่อคำถามที่ว่าผลการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดชุมพรและสงขลา

มีผลต่อการเลือกตั้งซ่อมในกรุงเทพที่กำลังจะมีขึ้นหรือไม่ ต้องเข้าใจว่าการเลือกตั้งซ่อมแต่ละครั้ง บริบทพื้นที่แตกต่างกัน ไม่สามารถเปรียบเทียบจากพื้นที่อื่นได้ พรรคก้าวไกล ทำงานเป็นทีม

มีสัดส่วนคนรุ่นเก่าและใหม่แบบลงตัว ไม่ย่อท้อ แต่กลับมีกำลังใจเพิ่มขึ้น พรรคก้าวไกลพร้อมสู้ต่อในเขตหลักสี่ เพื่อผลักดันให้ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ เข้าสภาให้ได้

“จากการพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนชนหลักสี่และจตุจักรบ่อยขึ้น เราได้ยินเสียงสะท้อนว่าเบื่อหน่ายรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราจะพยายามแก้ไขปัญหาให้ประชาชน พร้อมนำเสนอนโยบายให้รัฐบาลนำไปแก้ปัญหาควบคู่กัน”.พิธา กล่าวอีกว่า พรรคก้าวไกลยังเตรียมนำปัญหาไปหารือในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อยื่นเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 คาดว่าจะยื่นได้ช่วงสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ผู้ว่า กทม. ของพรรคก้าวไกลว่า บุคคลดังกล่าวสามารถสู้กับนายชัชาติ สิทธิพันธุ์ และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ได้อย่างแน่นอน

“สำหรับการเลือกตั้งซ่อมขณะนี้ คงต้องบอกว่าเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย เราจะต้องทำงานหนักขึ้น ละเอียดขึ้น และจะมีการจัดปราศรัยใหญ่ของพรรคก้าวไกล ในวันเสาร์ที่ 22 ม.ค. นี้ ที่ลานเสนานิคม 2 พวกเราจะขอเข้าไปอยู่ในใจของประชาชนมากที่สุดในระยะเวลาที่เหลืออยู่” พิธา ระบุ.ขณะที่ กรุณพล กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ยื่นหนังสือขออนุญาตกองทัพบก เข้าไปหาเสียง ว่า ได้รับการตอบกลับมาว่า มีพรรคก้าวไกลเพียงพรรคเดียวที่ขอเข้าไปหาเสียง ยังไม่มีพรรคอื่นขอเข้ามา เพราะฉะนั้นจึงยังไม่อนุญาต และระบุว่าเป็นการได้เปรียบพรรคอื่น

ซึ่งตนมองว่า การเปิดพื้นที่สาธารณะ พรรคใดจะเข้าไปหาเสียงเป็นสิทธิทางประชาธิปไตย ไม่ใช่ความได้เปรียบเสียเปรียบ หากพรรคใดมองว่าเสียเปรียบก็ยื่นขอเข้าไปได้เหมือนกัน ไม่ใช่การรอให้พร้อมกันเพราะกองทัพไม่ได้มีหน้าที่จัดวงดีเบต แต่ถ้าจะจัดให้เราก็พร้อม.”ถ้ารอให้ทุกพรรคขอเข้าไปหาเสียงจนถึงวันเลือกตั้ง ก็คงไม่ได้เข้าไป

พรรคก้าวไกล มีนโยบายปฏิรูปกองทัพที่ชัดเจน คงไม่ต้องรอพรรคอื่นพร้อม กองทัพเองก็ไม่ควรตัดโอกาสในการให้บุคลากรของท่านได้ฟังนโยบายของเรา เราต้องการกองทัพทันสมัย มีทหารอาชีพ เราเสนอเพิ่มสวัสดิการทหาร ลดจำนวนนายพลลง และยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร กองทัพควรมีหน้าที่สนับสนุนประชาธิปไตยตามบัญชานายกฯ ไม่ใช่ปิดประตูประชาธิปไตยด้วยข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นแบบนี้” กรุณพล กล่าว….