ณัฐวุฒิ แกนนำเสื้อแดงลั่น! จากนี้ไปการไล่นายกฯจะแหลมคมขึ้น

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับคาร์ม็อบใหญ่เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงนำโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เสริมทัพกับเหล่าบรรดาคาร์ม็อบของบก.ลายจุด-ราษฎร และอีกหลายกลุ่มที่ร่วมแรงร่วมใจกันมาชุมนุมขับไล่นายกฯประยุทธ์ ล่าสุดคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อได้โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊กถึงการชุมนุมในครั้งนี้โดยระบุว่า

คาร์ม็อบ 1 สิงหาคมคือพลังบริสุทธิ์มหาศาลที่ข้ามพ้นข้อจำกัดโรคระบาด เพื่อแสดงฉันทามติขับไล่พล.อ.ประยุทธ์พ้นตำแหน่งนายกฯ ภาพที่เกิดขึ้นย้ำชัดว่านี่คือสถานการณ์ไล่ประยุทธ์ ถ้าไม่มีโควิดคนจะล้นถนน ทั้งหมดเป็นวาระของประชาชนที่ผู้มีอำนาจต้องตระหนักพล.อ.ประยุทธ์อยู่ในตำแหน่งต่อนอกจากแก้ปัญหาเดิมไม่ได้ ยังทำให้ปัญหาใหม่ลงลึกและขยายตัวมากขึ้น

การใช้กำลังกับผู้ชุมนุมบางส่วนในช่วงเย็นถึงค่ำคือการเพิ่มเงื่อนไขให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดการกล่าวอ้างว่ามีการยั่วยุเจ้าหน้าที่ไร้น้ำหนักทันทีเมื่อเห็นการปฏิบัติเกินเหตุ ทั้งยิงจากจุดสูงข่ม ยิงแก๊สน้ำตา กระสุนยาง วิ่งเข้าใส่เหมือนเอาให้ตาย ใครขวางต้องเจ็บไม่สนใจว่าเป็นคนค้าขายหรือผ่านไปมาท่าทางการยิงเล็งเป้าหวังผล ไม่ได้ยิงขู่ ไม่ใช่กึ่งยิงกึ่งผ่าน แต่ใครผ่านกูยิง เรื่องแบบนี้ยอมรับไม่ได้และควรประณาม

โดยเฉพาะผู้มีอำนาจในรัฐบาลซึ่งสั่งให้ทำได้และจะสั่งให้หยุดก็ได้ สำหรับฝ่ายประชาชนก็มีข้อควรคิด คือชัดขึ้นเรื่อยๆว่ารัฐต้องการสร้างแนวปะทะ การขึ้นที่สูงของกำลังตำรวจพร้อมปืนแก๊สน้ำตา คล้ายเหตุการณ์ปี 2553 ที่ขณะนั้นใช้กำลังทหารอยู่บนตึกกับปืนติดกล้อง จัดกิจกรรมแต่ละครั้งต้องรัดกุม ชัดเจน เริ่มเมื่อไหร่ ทำอะไรบ้าง และจบคือจบอย่างทรงพลัง

การห้อยท้ายของพี่น้องจำนวนหนึ่งในพื้นที่เปราะบางเขาจะหาโอกาสเข้าตี และตีแตกทุกครั้งเพราะประชาชนไม่ได้เตรียมยุทธวิธีมาสู้รบ ไม่ได้หมายความว่าต้องกลัว แต่ถ้าชนต้องมีความหมายและเตรียมการจนมั่นใจพอว่าชนได้ ในที่นี่หมายถึงตัวแบบการแหกฝ่าแนวกั้นซึ่งหลายครั้งหลายยุคทำได้เพราะมีการวางแผนเมื่อวานในคลับเฮาส์พอได้ยินว่าพี่น้องบางส่วนจอดทำกิจกรรมหน้าราบ 1

ผมจึงพยายามประสานให้เคลื่อนต่อ เพราะใจห่วงว่าคาร์ม็อบจบแล้วจะไม่จบและเขาจะใช้กำลังสลายเข้าใจดีว่าทุกคนเจ็บปวด หลายคนเจ็บแค้น แต่ผมยังยืนยันว่าแนวทางสันติวิธีเท่านั้นที่ชอบธรรมและประชาชนจะชนะได้ แต่สันติวิธีต้องออกแบบ เเค่ไหน อย่างไรต้องเข้าใจตรงกัน เป้าหมายชัด รุกได้ถอยได้เป็นขบวน

ผมคงพูดเยอะเกินไปแล้วแต่ขอให้เข้าใจว่าด้วยรัก ปรารถนาดี ไม่มีเจตนาก้าวก่ายหรือวางตนเหนือกว่า ผมเคยอยู่ท่ามกลางควันปืนคลื่นเลือด รู้ว่าคนพวกนี้อำมหิตเห็นชีวิตคนร่วงหล่นไม่ใยดี จากนี้ไปทุกอย่างจะแหลมคมมากขึ้น หวังว่าทุกขบวนจะเดินด้วยสติและปัญญาที่มีอยู่เต็มเปี่ยม ปลอดภัยและสำเร็จส่วนเครือข่ายไล่ประยุทธ์ (อ.ห.ต.)

ผมขอเวลาทำงานอีกไม่กี่วันจะกำหนดรูปแบบการเคลื่อนไหว และนัดหมายแสดงพลังครั้งใหญ่ต่อไป#ไล่ประยุทธ์ ซึ่งหลังจากโพสต์นี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไป เหล่าบรรดาประชาชนก็มากดไลก์กดแชร์และแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากกมาย